จากผลงานร้อนแรงในช่วงเดือนแรกของการออกสตาร์ทฤดูกาล สถานการณ์ของ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดูจะกลับตาลปัตรไปในเดือนที่ 2 เมื่อพวกเขาเริ่มมีอาการ “สะดุด” ให้เห็น และยิ่งตัวเลขคะแนนหลังผ่าน 7 นัดแรกนั้นน้อยกว่าในยุคของ หลุยส์ ฟาน ฮาล ในฤดูกาลที่แล้วอีก

 สกู๊ป : ความเปลี่ยนแปลงที่มองไม่เห็นของ "ผีแดง" ?!

นั่นยิ่งทำให้มี “คำถาม” ต่อตัวของ โจเซ่ มูรินโญ่ บ้างแล้ว
แต่ในรายละเอียดแล้ว จากตัวเลขสถิติของแมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะในเรื่องของเกมรับ การครองบอล และความขยันของผู้เล่น
ไล่เรียงกันดูทีละจุดครับ
เกมรุก
ในฤดูกาลนี้แมนฯ ยูไนเต็ด ทำประตูมากกว่าทีมในยุคของฟาน ฮาล แค่ 1 ประตูก็จริง แต่หากมองถึงจำนวน “โอกาสทำประตู” แล้ว เพิ่มมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า
ฤดูกาลก่อน แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสทำประตูเพียงแค่ 54 ครั้งเท่านั้น อยู่ในอันดับที่ 17 แต่ในฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ดอยู่หัวแถวด้วยโอกาสยิงถึง 92 ครั้ง เพียงแต่ในจำนวนนี้เป็นการยิงเข้ากรอบเพียงแค่ 45.7% เป็นอันดับที่ 11 ของพรีเมียร์ลีก
สิ่งที่ด้อยกว่าในยุคของ ฟาน ฮาล คงเป็นการใช้โอกาสที่ในฤดูกาลก่อนทีมของ ฟาน ฮาล ใช้โอกาสแค่ 22.2% ในการได้ประตูใน 7 เกมแรก เป็นอันดับที่ 2 ของพรีเมียร์ลีกในช่วงเวลานั้น ขณะที่ยุคนี้ของ มูรินโญ่ ทำได้เพียง 14.1% อยู่ในอันดับที่ 10
หากมองในแง่ดีคือทีมนั้นเล่นเกมรุกได้ดีขึ้นและสร้างโอกาสได้มากขึ้น แต่ขาดเรื่องของความเฉียบคมเท่านั้น ซึ่งจากเกมล่าสุดที่เสมอก้บ สโต๊ค พวกเขามีโอกาสยิงถึง 24 ครั้ง แต่ได้แค่ 1 ประตู
แต่จะมองอีกมุมก็ดูขัดกับสไตล์ทีมของ มูรินโญ่ ที่ปกติจะเน้นความเฉียบคมและใช้โอกาสไม่เปลือง
การผ่านบอล
สิ่งที่แตกต่างจากในฤดูกาลที่แล้วอีกเรื่องคือการผ่านบอล ที่ในฤดูกาลนี้นักเตะของแมนฯ ยูไนเต็ด ลดอาการ “ติ๊ดชึ่ง”ลงจากในฤดูกาลที่แล้วในเกมฟุตบอลสไตล์ปรัชญาของ ฟาน ฮาล อย่างชัดเจน
ใน 7 เกมแรกของฤดูกาลนี้ ยูไนเต็ด ผ่านบอล 3,623 ครั้ง เป็นอันดับ 5 ในพรีเมียร์ลีก ขณะที่ฤดูกาลที่แล้วมีการผ่านบอลถึง 4,053 ครั้ง เป็นอันดับ 2 ในลีก หรือเทียบแล้วน้อยลงกว่า 400 ครั้ง
แต่ถึงจะผ่านบอลน้อยลง ความแม่นยำยังสูงถึง 85% เป็นอันดับ 2 ในพรีเมียร์ลีก
อีกเรื่องที่ดีขึ้นคือการเปิดบอลจากริมเส้น โดยในฤดูกาลนี้มีการครอสเข้ามา 179 ครั้ง เป็นอันดับ 2 ในลีกมากกว่าในฤดูกาลที่แล้วที่ทำไว้ 123 ครั้ง เป็นอันดับ 17 ในลีก และ 5 จาก 13 ประตูที่ทำได้ในฤดูกาลนี้มาจากการเปิดบอลริมเส้น
แต่นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่แปลก เพราะปกติสไตล์ของมูรินโญ่แท้ๆจะไม่เน้นการเปิดริมเส้น ในฤดูกาลที่คว้าแชมป์กับเชลซี มีการเปิดบอลเฉลี่ยเพียงแค่ 18 ครั้งต่อเกม เป็นรองบ๊วยในเรื่องนี้
อย่างไรก็ดี อาจเป็นเพราะในฤดูกาลนี้เขามีนักเตะอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และปอล ป็อกบา ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ การจะใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าที่สุดย่อมหนีไม่พ้นการครอสเข้ามา
ระยะการวิ่ง
เรื่องนี้เหมือนจะแย่แต่ก็ไม่แย่ เพราะในฤดูกาลนี้ถึงทีมของ มูรินโญ่ จะวิ่งน้อยมากแค่ 735.6 ก.ม. เป็นทีมที่วิ่งน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก ซึ่งต่างจากทีมของ ฟาน ฮาล ในฤดูกาลที่แล้ว ที่ช่วงเวลาเดียวกันวิ่ง 802.2 ก.ม. เป็นทีมที่วิ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 3
แต่เรื่องนี้มันมีที่มาที่ไป เพราะมูรินโญ่ ต้องการให้ลูกทีมเก็บพลังงานเอาไว้ใช้ในจังหวะเกมสวนกลับ
ตัวเลขที่เกี่ยวพันกันคือจำนวนการสปรินต์ หรือวิ่งด้วยความเร็วของลูกทีมใน 7 นัดแรก อยู่ที่ 3,524 ครั้ง มากกว่าในยุคของ ฟาน ฮาล เกือบ 200 ครั้ง
สรุป
7 นัดที่ผ่านมา ยูไนเต็ด อาจจะผ่านบอลน้อยลง วิ่งน้อยลง แต่พวกเขาคิดจะ “จู่โจม” คู่แข่งมากขึ้น ไม่ติ๊ดชึ่งส่งบอลไปมาเพื่อเก็บเปอร์เซ็นต์การครองบอลเหมือนในฤดูกาลที่แล้ว
ถึงจะยังมีคำถามสำคัญบางประการที่ยังหาคำตอบชัดๆไม่ได้ เช่น บทบาทของป็อกบา, ตำแหน่งของรูนี่ย์ และเมื่อไหร่ที่ เฮนริค มคิตารยาน จะได้โอกาสบ้าง? เช่นกันกับผลงานที่มีสะดุดให้เห็นบ่อยในระยะหลัง
แต่ในภาพรวมเชิงสถิติแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ขี้เหร่อะไรมากมายนัก
ถ้าเติมเรื่องความเฉียบคม กับความมั่นใจเข้าไปสักหน่อย ทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้นเองครับ