maxresdefault            ในการจะนำ ไก่ชนใต้ ออกชนตีในสนามชนไก่นั้น ผู้เลี้ยงควรต้องคำนึงถึงลักษณะของไก่ชนที่จะนำไปออกปล้ำตีด้วยว่าเป็นไก่สุดปีกสุดหางหรือไม่ ผู้เลี้ยงบางคนไม่ทันได้รู้และไม่เข้าใจก็จับ ไก่ชนใต้ ที่ปีกไก่ยังอ่อน หรือ ขนอ่อนช่วงปีกยังขึ้นประปรายไปออกชนตี เมื่อปล้ำชนไปสักระยะ ขนปีกอ่อน ๆ ตามตัวไก่ชนก็จะแตกและค่อย ๆ หลุดปลิวออก ทำให้ไก่ชนบางตัวเลือดไหลไม่หยุดกลายเป็นเสียไก่ไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นในการฝึกปล้ำไก่ชนใต้ให้เป็นไก่แกร่ง ไก่มีพลัง ผู้เลี้ยงควรยึดหลักเทคนิคต่อไปนี้

  • สร้างความเคยชินของเชิงไก่ให้จดจำได้ก่อนเป็นลำดับแรก: สำหรับช่วงระยะเริ่มต้นของการฝึกเชิงไก่ชนนั้น ผู้เลี้ยงต้องเปิดโอกาสให้ไก่ชนสร้างความเคยชินกับการปล้ำตีและให้เวลาไก่จดจำกระบวนท่าอย่างน้อย ๆ ก็ช่วง 5 ครั้งแรกของการฝึก โดยในการปล้ำตีครั้งแรก ผู้เลี้ยงควรจัดไก่ยืนที่มีขนาดตัวเล็ก ๆ หรือน้ำหนักน้อยกว่ามาเป็นคู่ฝึก และควรเลือกไก่ที่เก่งน้อยกว่าด้วย เพื่อกระตุ้นให้ไก่ได้ใจและฮึกเหิมในการออกชนตี ถือเป็นการปั้นใจแบบหนึ่ง นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงยังต้องหาคู่ฝึกที่มีเชิงขนตีหลาย ๆ แบบมาซ้อมให้ไก่ชนมีทักษะเก่งมากขึ้นในกระบวนท่าต่าง ๆ เมื่อเห็นว่าเชิงดี, ใจพร้อมและร่างกายแข็งแรง จึงค่อยนำไปออกชนตีที่สนาม
  • เลือกสูตรปล้ำครอบเลี้ยง เมื่อเจอไก่สุดปีกสุดหาง: อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าไก่สุดปีกสุดหางจะนำมาฝึกปล้ำตีไม่ได้เสียทีเดียว หากว่าเป็นไก่ชนที่สมบูรณ์แข็งแรง ผู้เลี้ยงก็สามารถนำออกฝึกแบบปล้ำครอบเลี้ยงได้ โดยเริ่มจากการทำกราดน้ำก่อนทั้งตัว จากนั้นก็พาไปออกกำลังกล้ามเนื้อต่าง ๆ ด้วยการวิ่งสุ่มอย่างจริงจัง และแบ่งเวลาปล้ำอย่างเหมาะสมควบคู่ไปด้วย สมมุติว่าปล้ำรอบแรกประมาณ 20 นาที ผู้เลี้ยงก็ควรเว้นระยะการฝึกปล้ำชนไก่ออกไปอย่างน้อย 2 อาทิตย์ค่อยนำมาจับปล้ำชนรอบที่ 2 แต่คราวนี้ไม่ควรเกิน 2 ยก หลังจากนั้นก็เว้นระยะอีกสัก 1 สัปดาห์หรือประมาณ 10 วัน ค่อยนำมาจับปล้ำอีก 2 ยก จนกว่าผู้เลี้ยงจะแน่ใจว่าไก่พร้อมค่อยนำมาฝึกครอบเลี้ยง แล้วจึงค่อยนำคู่ฝึกที่สามารถปล้ำเอาแรงได้แต่ไม่เก่งมาลงชนตีประมาณ 2 ยก ถ้าไก่ชนสู้ไม่ครบยก หรือปรับต่อไม่ไหวจึงค่อยนำกลับไปฝึกเลี้ยงครอบกันใหม่อีกครั้ง